|
คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลไทยมีมติเห็นชอบในหลักการให้สร้างวัดไทยลุมพินีขึ้น
( ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๕) โดยใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ
แต่งตั้งคณะกรรมการก่อสร้าง เพื่อทำหน้าที่ในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง
ให้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ การส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ตามข้อตกลง (Commitment) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเนปาล ในโครงการพัฒนาลุมพินีสถาน
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ และสืบสานพระพุทธศาสนาต่อไป
....
....
เมื่อปี
๒๕๓๘ การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้น โดยพระเมตตาของสมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์
เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๘ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เอกอัครราชทูต กรมการศาสนา กรรรมการพัฒนาลุมพินีวัน (LDT)
และพุทธบริษัทชาวไทยและเนปาล มาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก
เมื่อกรมการศาสนาได้รับมอบหมายให้ดูแลงานก่อสร้าง
จึงลงมือสร้างศาสนสถาน ตามแผนที่กำหนดไว้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ ปรากฏผลงาน
คือ การปรับระดับพื้นที่บริเวณวัด สร้างกำแพงรั้วรอบวัด หอฉัน
หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์ ๒ หลัง จัดทำระบบไฟฟ้า น้ำประปา สร้างสระโบกขรณี
ถังเก็บน้ำ บ่อบาดาล ปลูกต้นไม้สำคัญตามพุทธประวัติ จัดสวนไม้ดอก
ไม้ประดับ ให้เป็นรมณียสถานที่สวยสดงดงาม และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ
ตามกำหนดวัดนี้จะเสร็จภายใน
พ.ศ.๒๕๔๐ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๙ ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี แต่เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นไม่อำนวย
งานจึงยืดเวลาออกมา ถึงอย่างไรก็ตาม ตามแผนที่วางไว้อีกวาระหนึ่งว่า
วัดไทยลุมพินี จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี ๒๕๔๘ และสามารถผูกพัทธสีมา
ฝังลูกนิมิตได้ ในปี ๒๕๔๙ นี้
ต่อมาสถานทูตไทย
ณ กรุงกาฐมาณฑุ ขอให้กรมการศาสนา นำความกราบเรียนต่อมหาเถรสมาคม
เพื่อขอพระภิกษุมาอยู่ประจำเป็นการถาวรดังเช่นวัดอื่นๆ ในบริเวณลุมพินี
และจะได้ช่วยดูแลงานก่อสร้างตามโครงการอีกด้วย ทั้งยังจะเป็นที่เคารพ
กราบไหว้ ของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่เดินทางไปแสวงบุญ นอกจากนี้
ยังจะเป็นผู้แทนของคณะสงฆ์ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
มหาเถรสมาคมประชุมครั้งที่
๒๘/๒๕๔๒ (๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๒) มีมติมอบหมายให้วัดไทยพุทธคยา ในฐานะหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
ช่วยจัดส่งพระธรรมทูตไปช่วยดูแลงานก่อสร้างที่วัดไทยลุมพินี
ตามความประสงค์ของรัฐบาล
พระราชโพธิวิเทศ
(ทองยอด) ในฐานะหัวหน้าพระธรรมทูต ได้มอบหมายให้ พระครูปลัดสุวัฒนสัทธาคุณ
ปัจจุบันพระวิเทศโพธิคุณ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
วัดไทยพุทธคยา ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นประธานคณะสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งระยะทางใกล้กับวัดไทยลุมพินีอยู่แล้ว
โดยให้มาปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ดูแลงานก่อสร้าง และปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี
พร้อมกับคัดสรรคณะปูรกะ จากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์เพิ่มอีก
๔ รูป เป็นสงฆ์ปัญจวรรค มาอยู่ประจำ ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๕๔๒ เป็นต้นมา
ด้วยถิ่นนี้ยังทุรกันดารนัก
ยังไม่สะดวกต่อสงฆ์หมู่มากที่จะมาจำพรรษา จึงส่งพระผู้มีศรัทธาไปเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมพระธรรมทูต
ของมหาเถรสมาคม กับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อสำเร็จแล้วจึงมาปฏิบัติงานดังนี้
-
พ.ศ. ๒๕๔๓ จำนวน ๕ รูป
-
พ.ศ. ๒๕๔๔ จำนวน ๗ รูป รวมสามเณรชาวเนปาล ๓ รูป
-
พ.ศ. ๒๕๔๕ จำนวน ๑๐ รูป รวมสามเณรชาวเนปาล ๓ รูป
-
พ.ศ. ๒๕๔๖ จำนวน ๙ รูป รวมสามเณรชาวเนปาล ๓ รูป
วัดไทยลุมพินีขณะนี้ดำเนินการสร้างศาสนสถานอย่างต่อเนื่อง
โดยงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นหลัก กับทุนทรัพย์ที่ผู้ศรัทธาร่วมกันบริจาคสมทบ
มีสิ่งก่อสร้างที่เสร็จสมบูรณ์แล้วดังนี้
๑.
กุฏิสงฆ์ทรงไทย ๔ หลัง
๒.
อาคารหอฉันทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น ๑ หลัง
๓.
อาคารโรงทาน(ครัว) ๑ หลัง
๔.
อาคารอเนกประสงค์ ที่พักผู้แสวงบุญ ๒ ชั้น ๑ หลัง (โรงเรียนปริยัติธรรมนานาชาติ)
๕.
อาคารสำนักงาน ๓ ชั้น ๑ หลัง (ที่พักผู้แสวงบุญ และที่เจริญจิตภาวนานานาชาติ)
ขณะนี้กำลังสร้างพระอุโบสถ
ที่มีแบบแปลนเป็นเลิศ ด้วยสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิก ศิลปินแห่งชาติ
รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ประธานกรรมการผู้ออกแบบ ทั้งนี้ อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ
จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสถานทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้วัดไทยแห่งนี้เด่นสง่า
มีความเป็นเลิศทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม สิ่งแวดล้อม และเอกลักษณ์ของชาติไทย
เคียงคู่อยู่เป็นหนึ่งในศาสนสถานนานาชาติ และจะเป็นวัดตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ
ควรค่าแก่การศึกษา เรียนรู้ ของนานาอารยประเทศ มีกำหนดจะสร้างศาลาจตุรทิศ
วิหารคต พระมหาเจดีย์ กุฏิรับรองพระมหาเถระ อาคารรับรองบุคคลสำคัญ
หอไตรกลางน้ำ ห้องสุขาสาธารณะ ปฏิมากรรมในวิหาร พระประธาน
มณฑป จิตรกรรมฝาผนัง และกุฏิกรรมฐาน เป็นอนุสรณ์ ๑๒ สมเด็จแห่งคณะสงฆ์ไทย
จึงเรียนมายังท่านทั้งหลาย เพื่อโปรดทราบ และอนุโมทนาให้วัดไทยลุมพินีของเราแห่งนี้
เสร็จสมบูรณ์ตามความประสงค์อันจะเป็นความภาคภูมิใจของชาวพุทธ
เป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมือง เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ
ต่อไป
|